แทงมวยชุด

แทงมวยชุด เจาะลึกจุดขายของยอดนักมวยไทยตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อสร้างสีสันและแรงดึงดูดคนดู

แทงมวยชุด ย่างเข้าเดือนพ.ค.กันแล้วแต่กระแสความหวาดผวาการระบาดของไวรัส โควิด-19 ก็ยังไม่จบลงง่ายๆ แม้จะมีการปลดล็อกให้ตลาดนัด ร้านตัด ร้านอาหารสามารถเปิดกิจการได้แต่ต้องมีมาตรการให้มีความปลอดภัยแบบรัดกุมซึ่งดูแล้วทั้งคนขายและคนซื้อก็ยังออกจะแหยงๆ เหมือนกันนะครับเนี่ย ว่ากันตามจริง หรือใครจะเถียงก็ว่ามา

สำหรับแวดวงชาวเราบอกได้แต่ว่ายังไม่มีความมั่นใจอะไรเลย มวยตู้เอย มวยรายการใหญ่เอยเหมือนไปแล้วจะไปลับยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมเห็นข่าวลือว่าอาจจะมีการให้มวยกลับมาจัดชกได้อีกครั้งในเดือนมิ.ย.นี้แต่ก็ฟังหูไว้หูเพราะไม่คิดว่าจะได้รับไฟเขียวเร็วขนาดนั้น และมีเหตุผลหลายอย่างประกอบกันด้วย ลองมาฟังดูนะครับ ติดต่อ UFABET

ประการแรกก็คือคนที่มาให้ข่าวก็เป็นโปรโมเตอร์มวยเสียด้วยหาใช่คนในภาครัฐออกมาพูดเองเสียหน่อย แล้วบอกว่าถึงจะกลับมาชกได้ก็คงไม่สามารถจัดชกในรูปแบบเดิมได้ อาจจะจัดให้มีนักมวยขึ้นชกแบบปิดเวที กล่าวคือไม่มีคนดู นักข่าวอนุญาตให้เข้ามาชม ได้เพียงแต่รับชมการถ่ายทอดสดเท่านั้น ซึ่งลักษณะอย่างนั้นก็คงเป็นการชกมวยตู้นั่นแหละ

คิดดูเอาเถอะครับว่าจัดมวยแต่ไม่มีผู้ชม ไม่มีเซียนมวย บรรยากาศมันจะจืดกร่อยขนาดไหนกัน แล้วอย่างคนเล่นมวยตู้นี่จะทำยังไงกัน เพราะเวลาเล่นมวยก็จะต้องดูหน้าเสื่อแต่ละยก ต้องมีคนในสนามส่งซิกมวย ราคาต่อรองให้

ผมว่าอันนี้เป็นแค่ความหวังของชาวเราเท่านั้นแหละครับ แต่ “ชาวบ้าน” เขาคงยังไม่เปิดทางให้ผ่านได้สะดวกหรอก บอกสั้นๆ ว่าต้องใจเย็น ใจใหญ่ ใครพอจะมีช่องทางไปทำอะไรทางอื่นก่อนก็ทำไปเถอะครับ

พูดสั้นๆ ง่ายๆ ก็คือ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกลนัก

แทงมวยชุด

แต่เรื่องนี้ก็ทำให้ผมคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้เหมือนกัน สมมตินะครับว่ามีการเปิดไฟเขียวให้กลับมาชกมวยได้อีกก็ต้องมีการสังคายนากันยกใหญ่ จะโปรโมตรูปแบบไหนให้คนเข้าใจว่ามาสนามมวยปลอดภัยไร้โควิด ความเชื่อมั่นหดหายไปอย่างนี้สร้างขึ้นยากอยู่นะครับ

สมัยก่อนโน้นทำได้นะครับ รูปแบบที่จะชักชวนให้คนมาสนามมวย ทั้งมีวงดนตรีลูกทุ่งมาแสดงก่อนชก มีหางเครื่องมาโชว์วับๆ แวมๆ เพื่อกระตุ้นเลือดลม แต่ส่วนมากคนมาสนามมวยก็เพื่อมาดูมวย เล่นมวยกันนะครับ

ก็คงต้องการสร้างนักมวยที่เป็นจุดขายให้ได้ สมัยก่อนก็เคยมีนักมวยหลายคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดึงดูดผู้คนได้ ผมจะยกตัวอย่างให้ดูแล้วกันนะครับ

โอรสเจ้าอาหรับ แทงมวยชุด

แฟนมวยสมัยนี้รวมทั้งนักแทงมวยออนไลน์อาจจะไม่ชอบให้มีการแต่งองค์ทรงเครื่อง หรือพิธีการอะไรมากมาย อยากให้นักมวยขึ้นเวทีแล้วชกสนุก ยิ่งมีน็อกเอาต์ ออกอาวุธมวยไทยกันหนักหน่วงก็ยิ่งดี แต่สมัยก่อนมีนักมวยที่เป็นจุดสนใจนอกเหนือไปจากฝีมือเหมือนกัน

นักชกคนแรกที่ผมจะแนะนำนี่เป็นนักมวยรุ่นเก๋ากึ๊กส์ แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใครเขามีชื่อว่า “อุสมาน ศรแดง”

แค่ชื่อนี่คงไม่เท่าไหร่หรอกครับแต่ฉายาที่ตามมานี่สิครับว่า “โอรสจ้าวอาหรับ” ใครได้ยินแล้วไม่ทำตาโตก็แปลกล่ะ เป็นนักมวยหรือเป็นโอรสกันแน่ หรือเป็นคนมีกะตังค์แล้วอยากชกมวยกันแน่

คืออย่างนี้ครับ อุสมาน มีชื่อจริงว่า “ไพฑูรย์ กริชทอง” เกิดที่ตรอกตำปีซา ย่านถนนสีลม ไม่ได้มีเชื้อสายเจ้าชายอะไรหรอกครับ แต่อุสมานเป็นคนรูปหล่อจมูกโด่ง คิ้วหนา และตาคมแบบแขก พอดีกับยุคนั้นมีนักแสดงเชื้อสายอิตาเลียนที่ชื่อว่า “รูดอล์ฟ วาเลนติโน” โด่งดังในฮอลลีวู้ด และมีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งแต่งตัวเป็นเจ้าชาย แบบท่านชี้กเจ้าทะเลทรายอะไรประมาณ สาวๆ ในยุคนั้นเลยกรี๊ดกันใหญ่

นั่นแหละครับ อุสมานเลยเอาปรับเปลี่ยนมาเป็นเจ้าชายอาหรับเสียแล้ว แล้วไม่ได้เอามาแต่ชื่อด้วยนะครับ แต่งองค์ทรงเครื่องกันราวกับพระเอกหนังกันเลยทีเดียว

ฉายา “โอรสจ้าวอาหรับ” เป็นที่โด่งดังก็คือในการขึ้นชกกับสมิง เกศสงคราม ซึ่งอุสมาน ศรแดง ขึ้นเวทีด้วยท่าทีซึ่งเต็มไปด้วยความมั่นใจปนกับความหยิ่งทะนง และตอนถอดเครื่องแต่งกายออก ปรากฏว่าคนดูเห็นโลหะสีขาวส่องประกายอยู่ตรงเหนือหน้าผาก ซึ่งปรากฎว่าและบนแผ่นโลหะนั้นมีตัวอักษรเขียนข้อความไว้ว่า “โอรสจ้าวอาหรับ”

ช่างเป็นการแนะนำตัวเองที่ไม่เหมือนใครเอาเลยจริงๆ แม้จนบัดนี้ก็ยังไม่เคยมีนักมวยไทยคนใดมีไอเดียอย่างนี้ ถือว่าเป็นผู้มาก่อนกาลเวลาอย่างแท้จริง

แล้วการชกในไฟต์นั้น อุสมานเอาชนะน็อกในยกแรกและได้ฉายาโอรสจ้าวอาหรับติดตัวมานับแต่นั้น

อ้อ แต่จุดจบของอุสมานของโอรสเจ้าอาหรับไม่สวยงามนักนะครับ เพราะตอนหลังไปติดยาเสพติดและไปเสียชีวิตในสถานบำบัด

เทพบุตรสังเวียนถึงพยัคฆ์ยี่เก

ยังมีอีกคนที่ผมจะพามาแนะนำให้ผู้นิยมชมชอบแทงมวยออนไลน์ได้รู้จัก คนต่อไปนี้ถ้าเป็นวัยรุ่นสมัยนี้ก็ต้องบอกว่านักมวยหล่อบอกต่อด้วย หล่อขนาดไหนน่ะหรือก็คิดดูสิว่าเป็นเจ้าของฉายา “เทพบุตรสังเวียน” ด้วย

เจ้าของฉายานี้มีชื่อในการชกว่าชูชัย พระขรรค์ชัย เป็นสุดยอดมวยไทยในตำนานคนหนึ่งนะครับ และจุดขายมีครบทั้งฝีมือและหน้าตา ชูชัยเป็นนักมวยไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยล้มสุดยอดนักมวยในตำนานอย่างสุข ปราสาทหินพิมายลงได้ และไม่ได้ล้มธรรมดาน่ะครับน็อกเอาต์ “ยักษ์ขโมด” ได้เสียด้วย

สำหรับฉายาที่ได้มาก็เพราะชูชัยเป็นนักมวยที่เรียกได้ว่าหล่อลากดิน รูปร่างสูง ผิวขาว การชกก็สง่างาม มีรูปลักษณ์ผิดกับนักมวยไทยส่วนมากในขณะนั้น ฉายาเทพบุตรสังเวียนจึงเหมาะสมกับเขามากที่สุดในสามโลกแล้ว

อ้อ ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ ชูชัยยังเคยได้แสดงภาพยนตร์ไทยด้วย โดยเล่นในเรื่อง “พันท้ายนรสิงห์” รับบทเป็น “สิงห์” พระเอกในเรื่อง และแสดงคู่กับ สุพรรณ บูรณะพิมพ์ นางเอกชื่อดังในยุคนั้น

ว่ากันตามตรงแล้ว ชูชัยก็ไม่ได้ใช้ความหล่อเหลาของตัวเองเป็นจุดขายหรอกนะครับ เขาเป็นนักมวยไทยที่ขายฝีมือแต่หน้าตาถือว่าเป็นผลพลอยได้ อย่างยุคหลังๆ ก็มี “พี่มาด” สามารถ พยัคฆ์อรุณไงครับ สามารถหล่อเหลากินขาดนักมวยทุกคนในยุคเดียวกันจนบางทีคนก็ลืมไปว่าเขาก็คือสุดยอดมวยไทยในตำนานอีกคนหนึ่ง

เล่าถึงชูชัยก็ทำให้ถึงนักมวยไทยอีกคนที่โด่งดังในชื่อพ.ศ.2520-28 นักมวยคนนี้ใช้ชื่อบนเวทีว่าอินทรีน้อย ลูกหนองไก่ขัน เป็นคนอ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เคยปะทะฝีมือกับยอดมวยไทยมาหลายคนและเคยเป็นแชมป์ของเวทีราชดำเนินด้วย

แต่จุดขายของอินทรีน้อยก็คือถึงจะเป็นนักมวยแต่ชอบลิเกเข้าเส้นเลย และก่อนการชกไฟต์สำคัญก็จะสวมชุดลิเกโปรโมต บางทีก็ไปถ่ายปกให้กับนิตยสารมวยบ้าง ลงข่าวในหนังสือพิมพ์พร้อมกับฉายา “พยัคฆ์ยี่เก” บ้าง เรียกว่าสามารถสร้างจุดเด่นให้กับตัวเองได้ไม่เหมือนใครดี

จอมจุมพิต

สมัยที่วงการมวยไทยรุ่งเรืองสุดขีดนี่นักมวยก็เหมือนพระเอกหนังแหละครับ อยากดังก็ต้องชกให้เก่ง โปรโมตตัวเองให้เห็น สร้างความแตกต่างให้ได้ เพราะนักมวยมีเป็นร้อยเป็นพันหากไม่เจ๋งเป้งจริงก็อาจจะตกขบวนกันได้ง่ายๆ เหมือนกัน

สำหรับคนต่อไปที่จะแนะนำเชื่อว่าแฟนๆ แทงมวยออนไลน์น่าจะรู้จักดี เพราะโด่งดังทั้งฝีมือและจุดขาย ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นนักมวย ที่ชาวต่างประเทศชื่นชอบเป็นพิเศษ

เขามีชื่อว่า “แสงเทียนน้อย ส.รุ่งโรจน์

แสงเทียนน้อย มีชื่อจริงว่า ธีรพงศ์ อินะนิ ชื่อเล่นว่าตู่ เกิดที่ อ.เมือง จ.นครสวนรรค์ เป็นนักมวยเชิงดี ลีลาการชกดุดันมาก ไฟต์ที่สร้างชื่อก็คือใช้เข่าน็อกเชอรี่ ส.วานิชนักชกดังในยุคเดียวกันในยกที่ 3 และหากรวบรวมสถิติการชกทั้งหมดของ “ไอ้ตู่” ก็น่าจะไม่น้อยกว่า 200 ไฟต์ และเคยได้แชมป์รุ่นจูเนียร์ไลท์เวทของเวทีราชดำเนิน และแชมป์รุ่นไลท์เวทของเวทีลุมพินี

ที่ผมเล่ามาว่าแฟนมวยไทยที่เป็นชาวต่างชาติรู้จักแสงเทียนน้อยดีก็เพราะว่า แสงเทียนน้อยเคยกับนักชกต่างชาติที่มีชื่อเสียงมาหลายคนแล้ว เคยชกกับแดนนี่ บิล นักชกจอมแกร่งจากแคเมอรูนมาสองหน และที่สำคัญก็คือการวัดฝีมือกับ “ไอ้หมัดกังหันนรก” รามอน เด็กเกอร์ นักชกชาวดัตช์ที่มีชื่อเสียงก้องไปทั่วยุโรป โดยเจอกัน 3 หน แสงเทียนน้อยชนะไป 2 หน และรามอน เด็กเกอร์

สำหรับฉายาของแสงเทียนน้อยก็คือ “จอมจุมพิต” ครับ

สาเหตุที่มาของฉายานี้ก็คือหลังจากชกเอาชนะคู่ต่อสู้ได้แล้วจะกราดเข้าไปหาคู่ชกและหอมแก้มราวกับรักกันปานจะกลืนกิน คิดว่าคงเป็นทั้งการฉลองชัยชนะให้กับตัวเอง และปลอบใจให้กับคู่ต่อสู้ และกับรามอน เด๊กเกอร์เจอกันสามหนก็หอมแก้มก้นทั้งสามหนกันเลยแหละครับ ที่ฝรั่งตาน้ำขาวชื่นชอบแสงเทียนน้อยเอามากๆ ก็เลยไม่แน่ใจเหมือนกันว่าชอบเพราะสไตล์การชก ความดุดันในเพลงเตะพลังเข่าหรือว่าเป็นเพราะชอบจูบแก้มคู่ชกหลังชกเสร็จกันแน่ๆ

เอาเป็นว่าฉายาจอมจุมพิตนี่ไม่มีใครเอาไปใช้อีกนอกจากแสงเทียนน้อย ส.รุ่งโรจน์เท่านั้น

ผมขอเล่าเรื่องราวนักมวยอีกคนผนวกกันไปในคราวเดียวกันเลยแล้วกันนะครับ เพราะถึงไม่มีการมอบจุมพิตให้ใครแต่ก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองโดดเด่น เอกลักษณ์นั้นก็คือความโหดครับ

นักมวยคนนั้นชื่อว่าพงษ์ศิริ พ.ร่วมฤดี มีฉายาว่า “แรมโบ”

พงษ์ศิริ มีชื่อจริงว่า ไพบูลย์ ลัดหนองขี เกิดเมื่อ 17 พ.ค.2511 ที่อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ว่ากันเชิงชกแล้วพงษ์ศิริไม่ใช่สุดยอดมวยไทยอะไรเลย ความแพรวพราวชั้นเชิงก็เทียบกับนักมวยหลายคนในรุ่นเดียวกันไม่ได้ แต่เป็นนักมวยที่มีหัวใจนักสู้ มีเชิงชกดุดัน เดินหน้าต่อยแบบไม่มีคำว่าถอย ไม่มีอาการยุบหรือล้าให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

ช่วงที่พีกสุดขีดของพงษ์ศิริมักจะถูกโปรโมเตอร์คนดังอย่างทรงชัย รัตนสุบรรณจัดขึ้นชกบ่อยๆ และมีแฟนมวยเข้าไปชมกันแน่นขนัด เพราะใครก็อยากเห็นสไตล์การชกดุดันเหมือนพระเอกในเรื่อง “แรมโบ้” ที่นำแสดงโดยซิลเวสเตอร์ สตอลโลนนั่นเอง

ไฟต์ที่ถูกกล่าวขวัญมาจนถึงบัดนี้ก็คือตอนขึ้นชกกับไพโรจน์ ส.สยามชัย ที่เวทีลุมพินี ซึ่งเก็บเงินค่าชมได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 3 ล้านบาท แรมโบเอาชนะคะแนนได้ในไฟต์นั้นก็จริง แต่เพราะการชกแบบไม่ถนอมร่างกายตัวเองทำให้ต้องแขวนนวมไปในเวลาอันรวดเร็วเกินความคาดหมายมาก

อ้อ เอกลักษณ์อีกอย่างของ “แรมโบ้” ก็คือจะต้องมีทีมงานเดินนำมาพร้อมกับโบกธง “โจรสลัดรูปกระดูกไขว้” สีดำผืนใหญ่ไปมา ทั้งนี้นอกจากจะข่มขวัญคู่ชกได้เป็นอย่างดีแล้วยังเสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเองอีกด้วย และจะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม การสร้างสีสันการชกของพงษ์ศิริกลายเป็นต้นแบบของนักมวยจอมห้าวในรุ่นหลังอย่างในศึกไทยไฟต์หรืออะไรต่อมิอะไรก็นำมาใช้กันหมด

แทงมวยออนไลน์กับนักมวยมากสีสัน

สำหรับพี่น้องผองเรา ที่นิยมแทงมวยออนไลน์อาจจะรู้สึกว่าสมัยนี้ไม่ค่อยมีนักมวยที่สร้างจุดขายของตัวเองได้เหมือนสมัยก่อน แต่ผมจะบอกให้ว่าความจริงก็ยังมีอยู่นะครับไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่อาจจะมีทีมงานที่ถนัดการโปรโมชั่น เก่งการตลาดมาช่วยคิด ช่วยเสริมให้มากขึ้น

ทีมงานเหล่านี้บางทีมองนักมวยปราดเดียวก็รู้ว่าจะโปรโมทยังไง ทางไหน อย่าง “บัวขาว บัญชาเมฆ” นี่นอกจากฝีมืออันฮ้อแร่ดแล้ว รูปลักษณ์ที่ดำมะเมื่อม กล้ามเนื้อเป็นมัดมันช่างสร้างความแตกต่างกับชื่อบัวขาวได้ดีเหลือเกิน หากรูปร่าง หน้าตาอย่างนี้แล้วดันชื่อห้าห่วงบางทีก็อาจไม่มีบัวขาวเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างทุกวันนี้ก็ได้

แต่ผมก็เชื่อเหมือนกันว่าจุดขายที่ดีที่สุดของนักมวยก็คือผลงานการชกบนเวทีนะครับ ยิ่งถ้าเป็นมวยบู๊แหลก แจกอาวุธครบเครื่อง อย่างไรเสียตำแหน่งขวัญใจแฟนมวยก็ไม่หายไปไหนหรอก

เชื่อสิครับ แฮ่